Business
[สรุป] One Person Business Business Presented by BITKUB Event
สรุปเนื้อหาจากงานOne Person Business
.png&w=3840&q=75)
สรุปเนื้อหาจากงาน One Person Business Presented by BITKUB Event โดยช่วงแรกจะเป็นkeynoteจากคุณเบนซ์ และคุณทอย ตามด้วยการdiscussกันของทั้ง3คน
One Person Business - Benz Arnun
คุณเบนซ์เริ่มด้วยการนิยามว่าOne Person Business คือ Philosophy ของการเอาตัวเองไปอยู่ในโลกของธุรกิจให้เหมือนการเล่น โดยจากที่เมื่อก่อนคุณเบนซ์ทำธุรกิจที่มีพนักงานหลักร้อยสู่ปัจจุบันที่มีเพียง2-3คน และAi Agent
ถ้าพูดถึงBusinessเมื่อก่อน มักจะเริ่มด้วย
idea → research → marketing → sale
ซึ่งในความเป็นจริง product ที่เราสร้างมา research มาไม่มีใครซื้อ
Attention Economy
คุณเบนซ์จึงพูดถึงMrBeast - คนคนนี้คือคนแรกๆที่ทำให้Attention Economyเกิดขึ้น เด็กๆแทบทุกคนรู้จักเค้า เปรียบเหมือนMicky MouseในยุคGen Z, Gen Y แต่เค้าไม่ได้สร้างแค่คอนเทนต์ MrBeastมีทั้งแบรนด์ขนม, ของเล่น, ร้านอาหาร, เทคโนโลยีและบริการทางการเงิน และปัจจุบันยังเตรียมค่ายเน็ตของตัวเอง
ในAttention Economyคนที่ขายของได้มากที่สุดคือคนที่ลูกค้าเห็นหน้าบ่อยที่สุด
How to build business as one person business
คุณเบนซ์กล่าวว่าเริ่มต้นด้วยการสำรวจความชอบของตนเอง หรือปัญหาที่ตัวเองเจอ แล้วเริ่มแก้ปัญหาของตนเองก่อน แล้วแชร์การแก้ปัญหาของคุณให้กับคนอื่นทำให้เกิดattention ซึ่งเราก็อาจจะได้ไอเดียต่างๆมาจากการพูดคุยกับcommunityอีกที
หลังจากเรามีattentionแล้ว หากเรามีไอเดียหรือproductอะไรเสนอให้กับcommunityเรา ก็แค่ถามcommunityแล้วเก็บdataดูยอดคนสนใจหมายความว่าความเสี่ยงเป็น0 ถ้าคุณดูจากตัวเลขแล้วคิดว่าได้กำไรก็ลุย ถ้าขาดทุนก็แค่พับโปรเจคแล้วไปคิดไอเดียใหม่
ตัวอย่าง: หากเราโพสว่าจะขายเสื้อแบบpre-orderซัก3ลาย เราก็แค่โพสโมเดลเสื้อ โดยเรายังไม่มีproductนั้นจริงๆเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นอาจดูยอดจากคนcommnetหรือinboxเข้ามาสอบถามเพื่อตัดสินใจต่อไป
เมื่อมีofferแล้วเราค่อยbuildสินค้าออกมาวางขาย โดยหลังจากนี้คือจุดที่เราควรเอาAIเข้ามาscale up (ไม่ใช่start with ai แบบที่หลายๆคนทำ)
Attention ≠ Demand: หลายคนอาจไปโฟกัสกับยอดview, likeมากเกินไปจนไม่สามารถสร้างรายได้ได้
ซึ่งคุณทอย DataRockie ได้พูดถึง “1,000 True Fans” Theory จาก Kevin Kelly ที่ว่าขอแค่คน1000คนที่จ่าย1000$ให้เราทุกปีก็เพียงพอแล้ว
Economy of Attention:
Self → Attention → Ideas → Offer,Scale → Build → Scale(Optional)
สรุปOne Person Business ประกอบด้วย Skill → Leverage → Distribution
Focus
คุณเบนซ์กล่าวว่าจากคนที่ได้ฟังไอเดียข้างบน99%ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการบริหาร Energy
หากEnergyมากพอก็จะทำให้เกิดการโฟกัส
Focus Concept ประกอบด้วย
- Spotlight: สิ่งที่เราโฟกัสตอนนี้
- Daylight: สิ่งที่เราโฟกัสในช่วงเวลาหนึ่งเช่น90วัน
- Starlight: เป้าหมายที่เราโฟกัสในระยะยาว
คนส่วนใหญ่มักเกิดปัญหากับDaylight ในยุคAttention Economy เราในฐานะconsumerสามารถหลงไปกับกระแสอะไรที่ผ่านsocial mediaเราได้ง่ายมาก ดังนั้นจึงควรโฟกัสแค่อย่างเดียวในช่วงเวลานั้น
Focus Blueprint
โดยเริ่มจาก
- Daylight: กำหนดช่วงเวลาสิ่งที่จะทำ
- Spotlight: นำDaylightมาแบ่งเป็นtaskว่าวันนึงควรทำอะไรบ้าง (3ข้อ)
- หากเราทำได้ เราจะเริ่มเห็นStarlight (เป้าหมายอนาคตของตนเอง)
System thinking - Toy
Definition of One Person Business
คุณทอยเริ่มจากการนิยาม One Person Business
Business คือ “ระบบที่เป็นสินทรัพย์ของเราที่สร้างรายได้ให้เราได้” ซึ่งประกอบไปด้วย
People → System → Cash: หมายถึงเราสร้างระบบที่แก้ปัญหาให้กับผู้คน แล้วเราก็จะได้เงินจากผู้คนที่เราแก้ปัญหาให้เป็นของตอบแทน
แล้วSystemหละคืออะไร?
System
ระบบประกอบด้วย
- Elements
- Internconnections
- Purpose or Function
และคุณทอยยังขยายความองค์ประกอบทั้ง7ของระบบอีกได้แก่
- Stock: สิ่งที่เราต้องบริหาร เช่น เงิน(วัดค่าได้), ความรัก(วัดค่าไม่ได้)
- Flow: สิ่งที่ทำให้Stockเราเพิ่มขึ้นหรือลดลง (ลองนึกว่าอะไรในชีวิตเราเพิ่มแล้วชีวิตจะดีขึ้น และลดลงชีวิตจะดีขึ้น)
- Inflow
- Outflow
- Feedback Loop: สิ่งที่ควบคุมหรือปรับอัตราการไหลของFlow
- Reinforcing Loop: ทำให้flowเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างก้าวกระโดด (เช่น ดอกเบี้ยทบต้น)
- Balancing Loop: สิ่งที่ดึงเราเข้าสู่จุดสมดุล (เช่นการปรับขึ้นของค่าGP)
- Error: การเทียบเป้าหมายของเรากับสิ่งที่เราทำได้ ทำให้เกิดค่าError ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้loopทำงาน (ในวงการMLจะเปรียบเหมือน Loss function)
- Delay: สิ่งที่ทำวันนี้ไม่ได้เกิดผลในวันนี้ หลายอย่างต้องใช้เวลาและความพยายามกว่าจะเห็นผล
”Most people overestimate what they can do in one year and underestimate what they can do in ten years.” - Bill Gates - Constraint: เงื่อนไข ข้อจำกัดต่างๆ
- Emergence: สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการinterconnectกันของส่วนประกอบก่อนหน้า ซึ่งไม่อาจพบได้ในส่วนใดส่วนหนึ่งลำพัง
คุณทอยบอกว่าระบบที่ดีไม่จำเป็นซับซ้อน ตามกฎOccam Razer ที่คนในวงการMLคุ้นเคยกันดี “Select the simplest way”
หลายคนมักจะโฟกัสไปกับสิ่งที่มองเห็นได้ง่ายแต่ความจริงเราควรมองลึกไปมากกว่านั้น
Event → Pattern ||→|| System → Mental
หลายอย่างควรโฟกัสไปที่Mental Modelของเรา (Everything start with yourself)
ถ้าเราฝึกจิตใจให้ดี ให้เห็นในสิ่งที่ลึกขั้น(จากแนวคิดปรัชญาที่ว่า ทั้งสสาร พลังงาน และปรากฎการณ์ต่างๆแท้จริงแล้วคือรูปแบบนึงของจิต/Mental Creation ที่ถูกสร้างภายในจิตสากลเดียวกัน)
The All is Mind; The Universe is Mental.
Discussion
โดย
- คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา (Bitkub Group)
- คุณทอย กษิดิศ สตางค์มงคล (DataRockie)
- คุณเบ้น อานันท์ ตรีฐิติพัฒน์ (Benz Arnun)
ในโลกที่ปรับตัวไปทุกๆวัน สิ่งที่เราต้องทำคือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับโอกาสต่างๆที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็น การเรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงหลายๆอย่างก็ไม่ได้มาจากการเรียนแต่ต้องลงมือทำ (เช่น การที่คุณท๊อปพูดถึงหลายอย่างก็ได้เรียนรู้มาจากการเริ่มทำBitkub) รวมถึงการมาของAIที่ว่าในอนาคต คนแบบเป็ดอาจเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กว่าในยุคAI เพราะงานหลายๆอย่างตอนนี้AI Agentก็สามารถทำแทนเราได้ สิ่งที่เราต้องมีคือความเข้าใจ ที่จะบริหาร และสั่งAIให้ทำในด้านต่างๆ คุณท๊อปกล่าวว่า3สิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คือ
- เงิน
- ความรู้
- Network
การสร้างหรือเข้าไปอยู่Networkที่มีคุณภาพสำคัญกว่าการมีความรู้อย่างเดียว การได้เรียนรู้จากประสบการณ์และความผิดพลาดของคนอื่นๆเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตนเองเช่นกัน
โดยการที่เราจะหาNetworkนั้นแทนที่เราคิดว่าเราจะหาประโยชน์อะไรจากเค้า ควรคิดว่าเราจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับบุคคลนั้นๆบ้าง
รวมถึงการที่คุณท๊อปพูดถึงการปรับองค์กรให้เข้ากับขนาดขององค์กรตนเอง รวมถึงคิดถึงการเติบโตขององค์กร ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและเปลี่ยนมุมมองมากๆในฐานะFirst Jobberว่าผู้บริหารส่วนใหญ่คิดยังไง ต้องการคนแบบไหนและความสามารถเราเหมาะสมกับองค์กรแบบไหน
Read the next thing.
New articles, projects, Interactive Labs, and occasional professional or site announcements, primarily in Thai, with no more than one routine email a week.